วันพ่อ..ของฉัน

Camera 360

วันพ่อ..

คำว่าพ่อ.. เป็นคำเรียกผู้ที่ให้กำเนิด..ซึ่งเป็นคนที่ให้จุดตั้งต้นของชีวิต ชีวิตหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องควบคู่กันมากับอีกบุคคลหนึ่งคือ “แม่”  ซึ่งเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่เสียสละความสะดวกสบายส่วนตัวทุกอย่างนับแต่ทราบว่ามีชีวิตหนึ่งได้อุบัติขึ้นในท้องของเธอ ระหว่างพ่อ กับ แม่ ก็ไม่สามารถจะกล่าวได้อย่างชัดเจนว่าใครมีความสำคัญกว่าใคร ในแง่ของผู้ให้ชีวิต แต่ด้วยความรักความผูกพัน ความใกล้ชิด รูปแบบการเลี้ยงดูในแต่ละครอบครัวอาจทำให้เกิดความเอียงในเรื่องความรักที่มีต่อกันระหว่างพ่อหรือแม่ ในบางครอบครัวพ่อและแม่มีบทบาททัดเทียมกัน ย่อมทำให้ครอบครัวมีความอบอุ่น บางครอบครัวพ่อมีบทบาท มีความเป็นผู้นำหรือเป็นต้นแบบ เป็นวีรบุรุษ ก็จะได้แรงเชียร์จากผู้เป็นลูกมากกว่าแม่ ทางกลับกันในบางครัวแม่ก็เป็นวีรสตรีอยู่ในใจลูก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่แน่เสมอไป เพราะในฐานะลูกแล้วมีสิ่งหนึ่งที่เป็นบ่วงมัดใจคือ..คำว่ากตัญญู  ไม่ว่าพ่อหรือแม่จะเป็นเช่นไร ถ้ามองเพียงเรื่องการให้กำเนิดเรามา ก็ไม่มีอะไรที่จะมาลบล้างความรัก ความเคารพและศรัทธา ที่ท่านทั้งสองได้เลี้ยงดูเรามาจนทุกวันนี้…แล้ว กตัญญู..ต้องทำอย่างไรล่ะ..

หน้าที่ลูก.. มีมากมายหลายบทบาท..พื้นฐานที่สุดก็คือ ไม่สร้างความทุกข์ใจให้ท่าน .. วัยเด็กก็หมั่นศึกษาเล่าเรียน เพื่อมีอาชีพอันมั่นคงในอนาคต และเป็นคนดี..ยามที่ท่านแก่ชราก็ดูแลท่าน ยามที่ท่านเจ็บป่วยก็รักษาพยาบาล อย่างเต็มความสามารถ

สังคมไทยให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว จะเห็นว่ามีการกำหนดวันต่างๆในรอบปีเพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักถึงความสำคัญ เช่น วันพ่อ วันแม่ วันผู้สูงอายุ วันครอบครัว  ซึ่งในวันต่างๆที่กล่าวถึงก็จะจัดให้มีกิจกรรมเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนร่วมได้ลงมือประกอบกิจกรรมจริงๆ

วันพ่อปีนี้ (ปี 2555) ผู้เขียนต้องมานอนเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช เนื่องด้วยท่านต้องรับการผ่าตัดต่อมลูกหมากโตและเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งก่อนหน้านี้ท่านได้มีอาการปัสสาวะขัด กระปริบกระปอย มาหลายเดือนแล้ว ท่านบ่นให้ฟังบ่อยขึ้น แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบโรงหมอโรงพยาบาล ก็ได้แต่ซื้อยาขับปัสสาวะให้ท่านทาน ด้วยคิดไปเองว่ามันน่าจะหาย แต่อาการของท่านก็กำเริบหนักขึ้น จนคืนวันหนึ่งน้องโทรศัพท์จากในสวนมากลางดึกว่าท่านปวดปัสสาวะ เดินไม่ได้ ข้าพเจ้าและภรรยาจึงเข้าสวนและนำท่านส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางท่านให้จอดรถเพื่อปัสสาวะถึงสองครั้ง แต่มันก็ออกเหมือนน้ำหยด ดูท่านแล้วข้าพเจ้าสงสารท่านมาก ท่านเบ่งจนอุจาระออกมาด้วย  เมื่อถึงโรงพยาบาลทุ่งสง คุณหมอทำการสวนปัสสาวะ เมื่อท่านสามารถปัสสาวะได้ อาการท่านก็ดีขึ้น คือไม่ทุกข์ทรมาน คุณหมอแจ้งว่าท่านต้องรับการรักษายาวนาน ข้าพเจ้าได้รับการแนะนำให้พาคุณพ่อมารักษากับแพทย์เฉพาะทางทางเดินปัสสาวะ คือ คุณหมอบุญเลิศ แพทย์มือดีแห่งโรงพยาบาลมหาราชแห่งนี้

ครั้งแรกที่ได้พบกับคุณหมอที่คลินิกของท่าน ก็ได้รับการดูแลอย่างดี น่าศรัทธาเชื่อถือ มีความอบอุ่น มีความหวัง คุณหมอมีเมตตามาก พอทราบว่าใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ท่านก็ส่งตัวคุณพ่อเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชทันที ขอให้ท่านมีความสุขจากผลบุญที่ท่านได้กระทำต่อผู้เจ็บป่วยด้วยเถิด ทุกครั้งที่ได้มาพบท่านที่คลินิกนอกเวลา เห็นคุณหมอทำงานแล้วเหนื่อยแทน คุณหมอไม่ได้เดิน ท่านวิ่งทำงาน แต่ท่านก็ไม่เคยที่จะอารมณ์เสียกับคนไข้หรือเพื่อนร่วมงาน จนในที่สุด คุณหมอก็นัดคุณพ่อเข้ามาผ่าตัดที่โรงพยาบาล

วันที่ 3 ธันวาคม 2555 คุณพ่อออกจากสวนมากับน้าหมี มารอที่โรงฝึกงานช่าง ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังดำเนินการขอใบส่งตัวจากต้นสังกัด เพราะคุณพ่อไม่สามารถทำจ่ายตรงได้เนื่องจากเอกสารอ้างอิงไม่ครบถ้วน ออกจากโรงเรียนก็เวลาเลยที่คุณหมอนัด (เข้าใจว่ามาถึงก็ได้เข้าห้องพักเลย เพราะคุณหมอบอกว่าก่อนเที่ยง) พอมาถึงก็ต้องตกใจ เพราะคนไข้มาก ที่จอดรถก็ไม่มี ส่งให้คุณพ่อลงหน้าอาคารผู้ป่วยนอกเสร็จก็ออกไปหาที่จอดหน้าโรงพยาบาล พอได้ที่จอดรถก็เดินเข้ามาพาพอไปที่ตึกไตเทียม ส่งใบนัดแล้วนั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมงเจ้าหน้าที่มานำคุณพ่อไปที่ตึกศัลยกรรม 2 ทำประวัติและนอนรอที่ตึกศัลยกรรม(ห้องรวมชาย) ในขณะที่ข้าพเจ้าต้องเดินเอกสารหลายตึกและหลายเที่ยวมาก รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน นึกในใจว่าเมื่อไหร่จะลดขั้นตอนเหล่านี้ลงบ้าง

เที่ยงพอดีเมื่อดำเนินเอกสารที่ใช้ส่งตัวคุณพ่อเข้ารักษาพยาบาล เดินกลับไปที่รถเพื่อเอาเอกสารเพิ่มเติมประกอบการส่งเอกสารส่งตัว ข้าพเจ้าได้ซื้ออาหารและเครื่องดื่มมาให้คุณพ่อนั่งทานในห้องผู้ป่วยรวม ในขณะที่รู้สึกปวดหัวข้างซ้ายหนึบๆ นั่งดูคุณพ่อทานอาหารไป ในขณะที่นั่งดูทีมพยาบาลทำงานกันอย่างขมีขมัน ไม่เห็นใครได้นั่งติดเก้าอี้เลย เดี๋ยวลุก เดี๋ยวเดิน แต่จากการสัมผัสพูดคุยในขณะที่ซักประวัติ พยาบาลทุกคนน่ารักมาก อัธยาศัยไมตรีดีเหลือล้น คนไข้มีกำลังใจที่จะรักษา นึกในใจว่านี้เป็นเพราะการอบรมหรือเป็นลักษณะนิสัย แต่จะด้วยอะไรก็ช่าง นับว่าเป็นบริกรมืออาชีพจริงๆ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การดูแลเอาใจใส่ ตั้งใจว่าจะหันไปกล่าวคำขอบคุณสักคำ แต่ไม่มีท่านใดอยู่ตรงนั้นเลย ทุกท่านติดภารกิจหมด

พนักงานเข็นเตียง เข็นพาคุณพ่อจากศัลยกรรม 2 มาที่ตึกลิมปิชาติชั้นบน ห้อง 206 จริงๆแล้วท่านเดินได้ แต่ด้วยบริการผู้สูงวัย ทางทีมแพทย์ พยาบาลได้อนุเคราะห์ให้ผู้ป่วยลงนอนเตียง พนักงานเหนื่อยพอสมควรเพราะต้องเข็นขึ้นทางลาดถึงสองระดับ เห็นพนักงานเหงื่อเต็มต้นคอ ขอบคุณมากนะครับที่เข็นมาส่ง

มาถึงห้องพิเศษบ่ายสามโมงเศษ ได้รับการดูแลอย่างดีจากน้องผู้ช่วยพยาบาล แนะนำทุกอย่าง ไม่ว่าข้าวของเครื่องใช้ ทีวี ตู้เย็น แอร์คอนดิชั่น โทรศัพท์ เครื่องใช้ไม้สอย และสิ่งของต่างๆที่โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ มันช่างอบอุ่นเสียนี่กระไร…บริการดุจโรงแรมก็ไม่ปาน ข้าพเจ้าไปนำรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถข้างโรงพยาบาลประมาณ สี่โมงเย็น จัดการล๊อครถเสร็จก็นำสัมภาระเฝ้าไข้กลับมายังห้อง 206 เห็นคุณพ่อกำลังทานอาหารเย็นที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ ข้าพเจ้าขอตัวอาบน้ำเพราะเหนื่อยกับการเดินมาทั้งวัน

คุณพ่อทานยาหลังอาหารเสร็จ ข้าพเจ้าเดินลงไปซื้ออาหาร ตั้งใจว่าจะไปซื้อที่ร้านลิกอร์ เพราะเคยทานครั้งหนึ่งรสชาติถูกลิ้น แต่พอไปถึงก็ต้องผิดหวัง เพราะเขาขึ้นป้ายว่า “ข้าวปิดครัวแล้ว” เลยอด นึกขึ้นได้ว่าที่อาคารด้านหน้ามีร้านสหกรณ์อยู่ จึงเดินเลยไปดู เห็นร้านสหกรณ์ขายของมาก ดูจากภายนอกเหมือนร้านสะดวกซื้อทั่วไป จึงเดินเลยเข้าไปด้านใน เห็นมีตู้แช่และชั้นขายของมากมาย ล้วนแล้วแต่ของใช้สำหรับคนไข้และคนเฝ้าไข้ทั้งนั้น จึงเดินเรื่อยเปื่อยดูของกินสักอย่าง มีอาหารพร้อมทานอยู่เป็นห่อๆคล้ายอาหารเว็บแต่น่าจะเป็นสมาชิกทำมาจำหน่าย ดูแล้วสภาพน่าจะผ่านการหยิบจับมาทั้งวัน ถ้าเป็นคนก็เหมือนไม่ได้อาบน้ำ ดูมอมแมม จึงเปลี่ยนใจ เดินเลยไป พบตู้แช่ ข้างในเห็นอาหารของซีพี ก็เลยคว้ามาหนึ่งห่อ ผัดกระเพราไก่ จ่ายเงินเสร็จก็เดินกลับห้อง มานั่งทานอาหาร ก็อิ่มแบบแกนๆ

ทุ่มครึ่ง พยาบาลมาสวนทวารให้คุณพ่อ เพื่อให้ถ่ายและเตรียมอดน้ำ อาหาร ก่อนเที่ยงคืน ปรากฏว่าถ่ายไม่ออก คนไข้เลยขอกินยามะขามแขกเพิ่มก่อนเข้านอน  ข้าพเจ้าเริ่มเขียนเล่าเรื่องเวลา หนึ่งทุ่ม จวบจนเกือบสองทุ่ม ก็สมควรแก่เวลา ต่อไปต้องดูข่าวการเมือซะหน่อย…

4 ธันวาคม 2555 เวลา ตีห้าสี่สิบห้า พยาบาลมาเคาะประตูเพื่อวัดไข้ ข้าพเจ้าพึ่งล้มตัวนอนเมื่อประมาณตีหนึ่งกว่าๆ จึงรู้สึกว่ายังง่วงๆอยู่ เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่จะต้องเป็นภาระของผู้เฝ้าไข้พอช่วยเหลือพยาบาลได้ จึงล้มตัวลงนอนต่อ หลับตาแต่หูได้ยินอยู่เสมอ  ทุกครั้งที่พยาบาลเข้ามา หลังจากวัดไข้ไม่นานพยาบาลคนเดิมก็เข้ามาสวนทวารอีก คุณพ่อบอกกับพยาบาลว่าเพิ่งถ่าย พยาบาลถามว่าเป็นน้ำหรือเป็นก้อน ท่านบอกว่าเป็นก้อนแต่ไม่ค่อยออก ทั้งๆที่ก่อนนอนกินมะขามแขกไปถึงสามเม็ด แต่พอพยาบาลทำท่าว่าจะสวนทวารหนักอีกคุณพ่อก็พูดอ้อมแอ้มว่า ก็เป็นน้ำเหมือนกันแต่คุณพ่อคงจะเข็ดจากการสวนเมื่อคืน เพราะว่ารู้สึกเจ็บ แต่สุดท้ายก็ต้องยอม หลังจากอาบน้ำแล้ว พยาบาลนำยามาให้ทาน หนึ่งเม็ด จำได้ว่าเป็นยาต่อมลูกหมากของคุณพ่อนั่นเอง หลังจากนั้นก็มาเจาะเลือดและเสียบสายน้ำเกลือ ต้องเจาะถึงสามครั้งเพราะว่าเส้นเลือดแตก แต่คุณพ่อก็ไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด สักพักหนึ่งพยาบาลก็นำยามาให้อีกเสี้ยวหนึ่ง บอกกับข้าพเจ้าว่าจะง่วงสักนิด ตลอดการสนทนาคุณพ่อจะนอนฟังตลอด ดูท่านไม่ได้มีความวิตกกังวลหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด ส่วนข้าพเจ้าเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ก็จัดการอาหารคนไข้ตามระเบียบ เพราะคนไข้ยังทานอะไรไม่ได้ อาหารเช้าเป็นข้าวต้มโจ๊กรสจืด หนึ่งถ้วย พร้อมกับเครื่องดื่มไมโลหนึ่งซอง มีแก้วมาให้ ชงเอง เพราะในห้องมีกระติกน้ำร้อน แต่ไม่มีช้อนชงนะครับ เลยต้องใช้วิชาลูกเสือ คือ พับซองตามยาวและก็คนให้เข้ากัน ดื่มเสร็จสมเจตนารมณ์ ส่วนผลไม้แช่ตู้เย็นไว้ให้คนไข้ ตั้งใจว่าจะไปหามีดปอกผลไม้เล็กๆสักอัน

ประมาณเก้าโมงเช้า…พนักงานเข็นเตียงก็มารับพ่อไปที่ห้องผ่าตัด ด้วยความเป็นห่วง จึงเดินไปส่งท่านที่ห้องผ่าตัด นั่งอ่านหนังสือรออยู่ที่หน้าห้อง เผื่อว่ามีปัญหาหมอต้องการพบญาติ ประมาณครึ่งชั่วโมงไม่มีการประการพบญาติคนไข้ ข้าพเจ้า จึงเดินไปดูรถยนต์ที่จอดไว้ เดินเมียงมองอยู่ห่างๆ ด้วยความระแวงหรือรอบคอบก็ไม่รู้ เพราะคิดไปว่าถ้าหากมีผู้ไม่ประสงค์ดีกับรถเราอาจสวมรอยเวลาเราไม่อยู่ สังเกตดูว่ารถอยู่ในสภาพเรียบร้อยจึงเดินกลับมาที่หน้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง พอดี ภรรยาและลูกชายโทรเข้ามาคุย ถามความคืบหน้า ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้คลายเหงาลงไปได้บ้าง เลยถือโอกาสสอบถามความคืบหน้าในการเตรียมงานของลูกไป ก็มีความกังวลอยู่ว่ากลัวลูกจะน้อยใจเพราะตั้งแต่ทราบว่าลูกจะแต่งงาน ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องใดเลย ทราบว่าแม่บอกให้คอย…ได้คุยกับว่าที่ลูกสะใภ้..น้ำหวาน…ซึ่งก็ได้แสดงความห่วงใยและฝากเยี่ยมปู่มาด้วย..

นึกอยากน้ำขึ้นมา เลยเดินไปที่ร้านลิกอร์ที่อยู่ไม่ไกล ซื้อกาแฟเย็น 1 แก้ว 25 บาท นั่งดื่มไป ก็สังเกตสภาพทั่วๆไป เห็นว่าร้านเล็กๆ มีอาหารพร้อมทาน ขนมประเภทขนมปังตามสไตล์ลิกอร์ และเครื่องดื่มตามแบบฉบับคนรุ่นใหม่คือ กาแฟสด โกโก้ น้ำปั่น ขายดีมาก พนักงานหลายคนยังทำไม่ทัน นั่งดื่มกาแฟเย็นจนหมดแก้ว ยังไม่เห็นคุณพ่อออกจากห้องผ่าตัด ก็เลยเดินเอาหนังสือมาเก็บที่ห้องและเปลี่ยนเล่มใหม่ นำ SKETCHUP ไปนั่งอ่าน เพื่อเก็บเกี่ยวกลเม็ดเคล็ดลับ จะได้นำไปถ่ายทอดให้นักเรียน นั่งอ่านจนเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใดก็ไม่ทราบ ได้ยินเสียงประกาศเรียกญาตินายประดิษฐ์  ศิลป์ประเสริฐ ให้ไปพบที่ห้อง 60 ตกใจมากคิดว่ามีปัญหาใดกับคุณพ่อ พอเปิดประตูเข้าไป พยาบาลถามว่าญาตินายประดิษฐ์ ใช่ไหม ตอบว่าใช่ พยาบาลบอกว่าคนไข้กลับไปที่ห้องแล้ว โล่งอกไป แต่ก็ยังงงๆว่า คนเข็นเตียงเข็นผ่านไปเมื่อใด และไม่มีการประกาศเรียกญาติตอนออกจากห้องผ่าตัด เหลือบดูนาฬิกาเวลา 11.30 น. ก็เลยรีบเดินกลับมาที่ห้อง 206 เปิดประตูเข้าไป ก็พบว่าคุณพ่อยังหลับอยู่ แต่พอท่านได้ยินเสียงเปิดประตูก็รู้สึกตัว ก็เลยถามคุณพ่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านบอกว่าชาที่หน้าขา ก็เลยบอกท่านว่ายายังไม่หมดฤทธิ์ ก็เลยชวนท่านคุยต่อ ถามอาการที่น่าจะเกิดกับคนไข้เมื่อมีการวางยาชาเฉพาะที่ ท่านบอกว่าไม่เวียนหัว ไม่คลื่นไส้ ไม่แน่นหน้าอก ก็แสดงว่าไม่มีอาการข้างเคียง แต่ท่านคงหิวขอกินขนมปังที่ข้าพเจ้าซื้อไว้เมื่อตอนหัวค่ำ ข้าพเจ้าเลยบิขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอคำ ป้อนช้าๆ เมื่อหมดไป สองในสามก้อน ก็ให้ท่านดื่มน้ำตะไคร้ที่ทางโรงครัวนำมาตั้งไว้เป็นอาหารเที่ยง เมื่อทานเสร็จท่านก็นอนต่อ..สักครู่พยาบาลเข้ามาดู ข้าพเจ้าได้เรียนรู้หน้าที่ที่ต้องทำในขณะดูแลผู้ป่วยอีกหนึ่งอย่าง คือ ถ่ายน้ำล้างจากถุงระบาย พยาบาลได้แนะนำวิธีเปิดถุงระบายและทำความสะอาด จดบันทึกเวลาและปริมาณน้ำที่เททิ้งในแต่ละครั้ง และก็ต้องคอยดูว่าน้ำล้างหมดขวดหรือยัง ประมาณเที่ยง ป้าตุ๋ย พี่สาวแสนดีโทรมาถามอาการ ก็ให้รู้สึกยินดีมีกำลังใจแม้ความห่วงใยเล็กน้อยมนก็มีอานุภาพเหลือหลาย ไม่จำเป็นต้องมาเยี่ยมเยียนอะไร เพราะเป็นการผ่าตัดเล็กๆ เพียงแต่ว่าต้องนอนโรงพยาบาลเท่านั้นเอง สำหรับข้าพเจ้านั้นผ่านศึกใหญ่กว่านี้มาแล้วเมื่อคราวภรรยาผ่าตัดมะเร็งเต้านม สักสิบปีที่แล้ว และก็ไม่นึกว่าจะต้องมานอนเฝ้าไข้คุณพ่ออีก ในสมัยเฝ้าภรรยายังดีที่มีน้องๆมาช่วยผลัดเปลี่ยน แต่ที่เหนื่อยก็คือการดูแลหลังการผ่าตัด เพราะต้องรับการรักษาด้วยเคมีบำบัด และต้องขับรถไกลถึงหาดใหญ่สงขลา เดือนละสองครั้งเป็นอย่างน้อย ลูกก็ยังเรียน ส่วนครั้งนี้การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี แต่ยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร …ต้องลุ้นกันต่อไป

บ่ายโมงสิบนาทียาหยีอ้อมตะวัน..โทรมาถามความคืบหน้าพร้อมทั้งเล่าถึงภาระงานที่ต้องทำที่โรงเรียน ต่างคนต่างก็ปลอบให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นเวลาที่ข้าพเจ้ากำลังถ่ายน้ำในถุงเป็นรอบที่สาม และเดินไปแจ้งพยาบาลว่าน้ำล้างหมดถุงพอดี…พยาบาลมาเปลี่ยนขวดน้ำล้างให้และบอกว่าโทรแจ้งก็ได้ ไม่ต้องเดิน วันนี้คงหลายรอบ..ก็รับทราบถึงความห่วงใยและขอบคุณพยาบาลไป

บ่ายโมงยี่สิบเศษๆ ..ลูกสาวสุดเลิฟก็โทรมา..สไตล์เดียวกัน คือ ถามอาการปู่ และถามว่าพ่อกินข้าวแล้วยัง..จริงๆนะยังแต่บอกว่ากินแล้ว..ก็ไม่อยากให้คนไกลต้องมากังวล..เพราะต่างคนต่างก็มีภาระประจำ

บ่ายโมงยี่สิบห้า คุณยายสงวน หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คุณแม่ยายของข้าพเจ้าก็ได้โทรมาสอบถามอาการของคุณพ่อเช่นเดียวกัน ตอนนี้รู้สึกหิวข้าวจริงๆแล้วนะเนี่ย..ต้องขอเอี่ยวอาหารคนไข้สักหน่อยแล้ว…

หันไปตักข้าวในถ้วยที่ได้ถ่ายเก็บไว้ เมนูอาหารน่าทานเสียนี่กระไร ตักแกงจืดใส่ปาก ตามด้วยข้าวสวย ตักน้ำพริกมะขามวางโปะลงบนข้าวตามด้วยปลาทูทอด เหนาะกับแตงกวา ถั่วฝักยาว และมะเขือ ทำท่าจะออกรส คนไข้ตื่น ลุกขึ้นนั่งเองพร้อมทั้งขอข้าวกิน เอาละซิ..ผิดแผน.. ตื่นช้ากว่านี้อดแน่นอน..ข้าพเจ้าเลยต้องเสียสละ..เอ้ย..ต้องจัดอาหารวางบนโต๊ะให้คนไข้ได้ทาน ข้าพเจ้าแกะปลาทูเป็นชิ้นเล็กๆ ตักวางใส่ถ้วย ตักน้ำพริกให้ ตักน้ำแกงจืดราดข้าวให้ด้วย เพราะว่าเมื่อวานตอนเย็นท่านทานไม่ได้ เนื่องจากข้าวแข็ง ตักไป ดูคุณพ่อทานไป น้ำลายไหลไป จะด้วยความหิวหรือความลงตัวในกับข้าวก็ไม่ทราบได้ คุณพ่อทานอาหารหมดเกลี้ยง ขณะทานอาหาร พยาบาลเข้ามาพอดี เห็นคุณพ่อนั่งอยู่ถึงกับอุทาน..ตา..นั่งแล้วเหรอ..เขาให้นั่งหกโมงเย็นนะตา..ตายิ้มเจื่อนๆ..ไม่พูดอะไร..ดื่มน้ำเสร็จ ก็เลยปรับเตียงให้เอียงลง สักประเดี๋ยวก็ให้ท่านนอนต่อ…เอนตัวลงท่านก็หลับ..พยาบาลอาชีพ และผู้ช่วยสมัครเล่น แต่ต้องทำจริงอย่างข้าพเจ้า ก็เลยจัดการเรื่องน้ำล้าง ข้าพเจ้าถ่ายน้ำจากถุงพักใส่ขวด จดบันทึก ขณะที่พยาบาลก็เปลี่ยนน้ำขวดใหม่…

ข้าพเจ้า หิวมากแล้ว เลยตัดสินใจทิ้งคุณพ่อให้นอนอยู่ตามลำพัง..เดินไปสหกรณ์ที่อยู่ด้านหน้า ไปหาซื่อน้ำยาล้างจาน สก๊อตไบร้ท์ เพื่อมาล้างภาชนะ ช้อนชาม แก้ว พร้อมหาข้าวมาทานเองด้วย ไปไม่นาน ต้องทำเวลา เพราะน้ำล้าง 1 ขวด ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ได้ข้าวมันไก่และน้ำยาล้างจานมา เมื่อมาถึงน้ำล้างหมดไปครึ่งขวดกว่าแล้ว เลยหันมาจัดการกับข้าวมันไก่ ด้วยความเอร็ดอร่อย เพราะยังมีกับข้าวคนป่วยเหลือให้ทานได้อีก รีบทานภายในเวลาอันรวดเร็ว พอดีกับน้ำล้างหมดขวดพอดี…

โทรบอกพยาบาล..เมื่อน้ำล้างเหลือเสมอคอขวด..สักครู่พยาบาลก็เข้ามาพร้อมขวดน้ำล้าง..คงจะเปลี่ยนเวรแล้ว เพราะพยาบาลหน้าใหม่เข้ามา.. ขณะนี้ 14.20 น. ก็ทำเช่นเคยคือ ทำหน้าที่เทน้ำล้างและจดบันทึก..ส่วนพยาบาลก็ไปหยอกล้อกับคุณพ่อ..หยิกแก้มแล้วบอกว่า..ตา..กินน้ำเยอะนะ..จะได้ถอดน้ำเกลือเร็วๆ

เมื่อพยาบาลกลับออกไป..ข้าพเจ้าก็จัดการกับถ้วยชามที่ถูกใช้เป็นภาชนะรองรับอาหารมื้อเที่ยงสำหรับเรา..พยาบาลบอกว่า น้ำล้างนี่นะ ผ่าตัดมาใหม่ๆ จะต้องปล่อยเร็วเพื่อล้างเลือดที่แผลผ่าตัด ถ้าปล่อยช้าเกรงว่าเลือดจะแข็งเป็นลิ่มแล้วไปอุดท่อปัสสาวะ เมื่อน้ำใสแล้ว จะปล่อยช้าลง ของคุณพ่อน้ำไม่แดงมาก แค่จางๆ ซึ่งปกติผ่าตัดวันแรกจะแดงมาก นับว่าโชคดีที่ไม่เสียเลือดมาก พยาบาลบอกอีกว่าถ้านั่งหรือตะแคงเลือดจะออกอีก น้ำก็จะแดงขึ้น..ให้คุณตาดื่มน้ำมากๆ คนไข้หลับปุ๋ย…ในขณะที่น้ำล้างและน้ำเกลือก็ยังคงทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ น้ำล้างเริ่มปล่อยช้าลงกว่าขวดที่แล้ว ขณะที่น้ำในถุงพักก็เป็นสีจางๆ ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี..อาการที่จะต้องพบต่อไปในเย็นวันนี้ก็คือ..อาการปวดหลัง..คลื่นไส้ หรือหนาวสั่น..

คุณพ่อจะมีโรคประจำตัวหนึ่งอย่างที่เรามองไม่ออกว่าเป็นโรค คือ อาการท้องผูก..15.15 น. พยาบาลได้นำยาระบาย เป็นยาน้ำมาให้ ทานหลังอาหารเช้า พร้อมทั้งยามื้อเย็น และยาก่อนนอน

ประมาณ 17.00 น. คุณพ่อตื่นขึ้นมา บ่นว่าหนาวและไม่ค่อยสบายในอก ชวนให้กินข้าวเย็นก็ส่ายหน้า เพราะต้องทานยามื้อเย็น พยาบาลบอกว่ามียาแก้ปวดอยู่ด้วย เมื่อยาชาหมดฤทธิ์

แน่นอนว่าต้องเจ็บแผล แต่คนป่วยยังคงนอนนิ่ง หลับๆตื่นๆ เลยเปิดเพลงโอภาส ทศพร ให้ฟังเสียเลย เพราะคนเฝ้าก็ชักจะ…พอดีน้องเขียว..ราตรี..คงได้ข่าวจากใครสักคน ไม่อ้อมก็ต้องป้าตุ๋ย…บอกว่าคณะจะมาเยี่ยม..จริงๆแล้วไม่อยากให้เพื่อนมา..เพราะไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่อะไร..แต่ก็สุดจะทัดทาน..เป็นการแสดงความรักความผูกพัน( รึเปล่า..ก็ไม่รู้ ) ซึ่งเราก็แสดงออกกันมาแบบนี้เป็นเวลานานแล้ว..ก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าอีกเช่นกัน…อย่างน้อยๆก็ได้พูดคุยกันบ้าง

17.10 น. ชวนให้คุณพ่อทานข้าวเพื่อทานยา ท่านลุกขึ้นนั่งแต่ไม่สามารถทานอาหารได้ เนื่องจากคลื่นไส้ และอาเจียนออกมามาก อาหารมื้อเที่ยงยังไม่ทันย่อยก็ออกมาหมด บ่นว่าหนาวสะท้าน เลยต้องนอนต่อ ประมาณ 5 นาที ท่านก็บอกว่าดีขึ้น ในขณะที่ข้าพเจ้าต้องถ่ายน้ำล้างอีกครั้ง น้ำที่ออกมาค่อนข้างเข้ม อาจเป็นเพราะว่าท่านขยับตัวเมื่อสักครู่ น้ำที่ออกมาประมาณ 1,000 ซีซี. แต่น้ำในขวดยังไม่หมด เหลือประมาณ 100-200 ซีซี เห็นจะได้ เลยปล่อยให้ท่านนอนต่อสักครู่ก่อน

จนแล้วจนรอด คุณพ่อก็ไม่ได้ทานข้าวเย็น เนื่องจากอาการคลื่นไส้ เลยต้องเปลี่ยนมาทานขนมปังก้อนเดิม ดื่มน้ำ ทานยาหลังอาหาร คนไข้มีกำลังใจดีมาก ไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็น พูดคุยได้ ยังคุยถึงมวยในทีวีว่าคืนนี้มีมวยทางช่องเจ็ด ตั้งสิบคู่ ดูหน้าตาท่านแล้วข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจ ท่านสามารถลุกขึ้นนั่งก่อนกำหนดหกโมงเย็น ถึงสองครั้ง แต่มีอาการเวียนหัว นั่งนานไม่ได้ ซึ่งก็เป็นไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะหมอก็ยังไม่อยากให้นั่ง เนื่องจากเลือดจะไหลออกมาอีก 18.00 น. คุณพ่ออาเจียนอีกครั้ง ขนมปังและยาออกมาหมด เท่ากับไม่ได้ทานอะไร ความกังวลใจเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่สมองโดยอัตโนมัติ ความกังวลใจยังไม่ทันคลาย พยาบาลผู้เชี่ยวชาญรู้ทางอาการของคนไข้ประเภทนี้ พอได้ยินว่าคุณพ่ออาเจียนทานอาหารไม่ได้ เดินเข้ามาในห้องพร้อมยาฉีดกันอาเจียน..ทำให้คลายกังวลลงในทันที..เบาใจลงหลายเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอีก เพราะมั่นใจว่า เราอยู่กับมืออาชีพแล้วนั่นเอง…คุณพ่อพอท่านอาการดีแล้ว ท่านใช้ให้ข้าพเจ้าเดินไปดูรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้..พร้อมทั้งซื้อฮอลมาฝากท่านด้วย..ได้ทราบความทีหลังว่า..อยากบุหรี่นั่นเอง…

เปลี่ยนขวดน้ำล้างเวลาประมาณทุ่มครึ่ง น้ำออกมา 1,000 ซีซี และเหลือในถุงประมาณ 100 ซีซี รวมแล้วประมาณ 1,100 ซีซี ถือโอกาสเปลี่ยนถุงน้ำเกลือด้วย จัดการกับคนไข้เสร็จก็เลยตัดสินใจทานอาหารเย็นของคนไข้เสียเลย เพราะคุณพ่อคงทานไม่ได้แล้ว…ทานเสร็จสองทุ่มครึ่งเก็บล้างเรียบร้อย คุณพ่อตื่นอีกครั้งบอกว่าจะทานข้าวและทานยาก่อนนอน… เลยบอกคุณพ่อว่า..แกงเผ็ดและคนเฝ้าจัดการเรียบร้อยไปหมดแล้ว เลยให้ท่านทานขนมปังกับน้ำส้มรองท้อง และทานยาก่อนนอน เสร็จแล้วก็เอนหลังนอนต่อ พอดีน้องนัฏฐวีกับพียมโทรมา ก็แสดงความห่วยใยและพูดคุยในฐานะที่มีประสบการณ์ ก็ต้องขอขอบคุณในความเป็นห่วงบ่วงใย คุยเสร็จก็มานั่งบันทึกช่วยจำ ในขณะที่หูก็ฟังโทรทัศน์ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว…เสร็จแล้วต้องขอชำระล้างร่างกายสักหน่อย…คืนนี้คงต้องนั่งเฝ้าถุงระบายเลือด..เป็นผู้ช่วยพยาบาล..อยู่เวรกลางคืน.. ไม่แน่ใจว่าจะรอดไหม..ลุ้นกันหน่อย..อย่างน้อยก็ลุ้น..ตอนจบของ ..แรงเงา..ไง (เกี่ยวกันอะป่าวเนี้ยะ…)

5 ธันวาคม 2555

วันพ่อแห่งชาติ เริ่มแล้ว

หลังจากที่ล้มตัวลงนอนเมื่อห้าทุ่มเศษ เพราะว่าน้ำล้างเหลือประมาณครึ่งขวด พยาบาลตั้งให้หยดไว้อย่างช้าๆเผลองีบหลับไป มาได้ยินเสียงพยาบาลว่า ช่วยเทปัสสาวะหน่อย เลยตกใจตื่น เหลือบดูนาฬิกา ตีหนึ่งเศษ พยาบาลเปลี่ยนน้ำล้างเป็นถุงอ่อนๆให้ และคาดการณ์ว่าถุงนี้คงสว่างพอดี หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จก็ล้มตัวนอนต่อ คลายกังวลเรื่องน้ำล้าง จึงหลับไป มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อผู้ช่วยพยาบาลมาวัดไข้ ความดัน พอดีได้เวลาประมาณ ตีห้า ห้าสิบ ถึงเวลาเทขวดปัสสาวะอีกรอบ หลังจากนั้น วันพ่อแห่งชาติ..ก็… เปิดทีวีช่องสาม พอดีมีการเผยแพร่ภาพที่ลานพระรูป ..ผู้คนสวมเสื้อเหลืองเต็มลาน มารอเพื่อชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว..ที่มีหมายกำหนดการจะเสด็จออกฯ เวลาประมาณ 7.20 น. ลูกชายโทรมาอวยพรวันพ่อ..และถามอาการของปู่ ก็เลยให้คุยกับปู่…ส่วนลูกสาวโทรมาอวยพร เวลาใกล้แปดโมงเช้า

พ่อ มีอาการดีขึ้นมาก..อาหารเช้าเป็นข้าวต้ม ปลาเค็มทอด ผัดผัก น้ำเต้าหู้ ส้ม คุณพ่อทานอาหารได้หมด (เราเลยอด..แฮะๆๆ..) ทานยาเสร็จ ไม่ยอมนอน เห็นว่าในท้องมันปั่นป่วน เหมือนจะถ่ายแต่ยังไม่รุนแรง ก็เลยถ่ายน้ำล้างออกก่อน เพื่อไม่ให้ถุงหนัก ย้ายถุงน้ำเกลือมาแขวนเสาเดียวกับถุงน้ำล้าง ย้ายถุงน้ำไปแขวนที่เสาน้ำเกลือ ไม่มีที่แขวน ต้องหาทางโมดิฟายด์เสาน้ำเกลือ เหลือบเห็นแป้นแขวนเสื้อ เลยนำมาแปลงเป็นที่แขวนถุงน้ำล้าง เตรียมเผื่อว่าคนไข้จะเข้าห้องน้ำ พอดี ช่างประปามาเปลี่ยนลูกลอยชักโครก ซึ่งแตกมาสองวันแล้ว แปดโมงครึ่ง ยาหยี..อ้อม มาถึงโรงพยาบาล สอบถาม ได้ความว่ามารถตู้ แต่มาห้องไม่ถูก เลยต้องออกไปรับ พอเดินออกไป ก็เห็นยาหยี ยืนหันข้างให้อยู่หน้าธนาคารเลือด ซึ่งอยู่คนละด้านกับอาคารลิมปิชาติ พอดียาหยี..หันหน้ามาทางที่ข้าพเจ้าเดินออกไป ก็เลยกวักมือเรียก..ยาหยี..ก็เดินมาหา และเข้ามาที่ห้อง 206

วันนี้ได้มีโอกาสทานอาหารเช้าร่วมกับภรรยา ลงไปซื้ออาหารกล่องพร้อมเครื่องดื่ม ตั้งใจว่าจะนั่งทานกันที่ลานหน้าร้านลิกอร์ แต่เปลี่ยนแผนเพราะว่ายาหยีเขาซื้อหมูย่างมาฝาก เลยกลับมาทานกันในห้อง และนั่งชมการถ่ายทอดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคมที่พระที่นั่งอนันตสมาคม..ภาพที่เห็นจากการถ่ายทอด มีคนหนาแน่นมาก เหลืออร่ามไปทั้งลานพระรูป ยาวไปถึงถนนราชดำเนิน ได้ยินเสียง “ทรงพระเจริญ” ตลอดเวลา บางครั้งภาพที่ฉายให้เห็น เป็นภาพของคนที่ร่ำไห้ น้ำตานองหน้า..เป็นน้ำตาที่แสดงความปลื้มปิติยินดีที่ได้เห็นพระองค์ท่านมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง เพียงได้เห็นพระองค์ท่าน แม้จะอยู่ห่างไกลแสนไกล หรือขอให้เป็นส่วนหนึ่งในการรับเสด็จ ก็ดูเหมือนว่าเกิดพลังใจ..อย่างประหลาด..นี่ละกระมังที่เขาเรียกว่าพลังบารมี..หรือใต้ร่มพระบารมี..มันเย็นอยู่ข้างใน..แม้อากาศ..จะร้อนสักปานใด..แต่พสกนิกร ก็หาได้ย่อท้อ..จับจองพื้นที่เพื่อรอการเสด็จของพระองค์ท่าน….เราแสนจะโชคดีที่ได้เกิดมาในยุคสมัยของพระองค์ท่าน…และเราก็พร่ำภาวนา อธิษฐาน ให้พระองค์ท่านมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน..เพราะเราเชื่อว่า ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่าน บ้านเมืองจะไม่ประสบกับความวิบัติแน่นอน บ้านเมืองจะสงบร่มเย็นต่อไปอีกนานแสนนาน

ขณะที่กำลังสาละวนอยู่กับการทานอาหารเที่ยงของคุณพ่อ มีเสียงเคาะประตู แต่ไม่ยอมเปิด ปกติถ้าเป็นบุคลากรของโรงพยาบาล เคาะสองทีก็จะเปิดเอง หรือว่ามีใครมาเยี่ยม จึงเดินไปเปิดประตู จริงดังว่า คณะจากทุ่งสง ที่เห็นครั้งแรกก็มี ครูยุทธนา เจ๊หว่า สมหมาย น้องแดง หิ้วกระเช้าแบรนด์มาด้วย..สงสัยว่า..น้องเขียว คนประสานงานไม่มาด้วยหรือ เดินตามคณะเข้ามาในห้องอีกครั้ง.. ได้ความว่า น้องเขียวตามมาด้วย พร้อมด้วยรองนอบและพี่แดง…จึงเปิดประตูกลับออกไปอีก มองไปทางหัวอาคาร เห็นคณะที่มาด้วยอยู่หน้าห้องพยาบาล จึงเดินออกไปรับ..ยกมือไหว้รองนอบ พี่แดง น้องเขียว และเชิญเข้ามาในห้อง..มาถึง ก็มีการมอบกระเช้าให้คุณพ่อ พร้อมซองเงิน..ข้าพเจ้าก็เลยบอกให้คุณพ่อให้พรลูกหลานเนื่องในโอกาสวันพ่อด้วย สักพักหนึ่ง..คู่ตุนาหงัน..สุทิพย์และกิตติศักดิ์..ก็ตามมาสมทบ..ทันทีที่เข้าห้องผู้ป่วย..กิตติศักดิ์..หรือเราเรียกติดปากกันว่า..ยน..ควักเงินในกระเป๋า..1,000 บาท..พร้อมกับคำพูดที่ว่า..ผมไม่มีอะไรมาเยี่ยม..เอานี่แล้วกัน..พร้อมกับยัดเงินใส่มือให้คุณพ่อ..ทำให้บรรยากาศในห้องผู้ป่วยกระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวา สรวลเสเฮฮา..คลายความทุกข์ ความวิตกกังวล..คุณพ่อเองก็ชื่นมื่นไปด้วย..ต้องขอขอบคุณทีมงานที่มาเยี่ยมคุณพ่อ..นึกในใจแล้วว่า น้องเขียวต้องทำการใหญ่ ..จริงดังคาด..ขอขอบคุณที่ทุกท่านหวังดี..ได้ทำและทำได้..ยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่า ไม่มีความสุขมาหลายเดือนแล้ว..วันนี้ทำนบที่แข็งแกร่ง ได้ถูกพังทลายลง..จะด้วยอานิสงส์ใดก็ตาม..ถือเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวันพ่อแห่งชาตินี้ก็แล้วกัน..วันนี้ที่รอคอย…เป็นสุขที่สุดเลย.. ขอขอบคุณทุกท่านด้วยใจที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้…

หลังจากที่คณะเพื่อนๆกลับไปแล้ว ข้าพเจ้าได้เดินไปเยี่ยมลูกของรองเสาวลักษณ์ ซึ่งได้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทราบว่าหมอวินิจฉัยว่าเป็นอาการเหมือนลำไส้อุดตัน ต้องผ่าตัดด่วน แต่โรงพยาบาลทุ่งสงไม่สามารถผ่าตัดได้ จึงส่งตัวมาที่โรงพยาบาลมหาราช อาการเบื้องต้นที่พบเห็นคือไม่ถ่ายและอาเจียน ไม่สามารถดื่มน้ำหรือทานอาหารได้ จะมีอาการอาเจียนและท้องจะโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ไปเยี่ยมนั้น น้องเขาหลับอยู่เพราะความสามารถของทีมแพทย์ พยาบาล ทำให้น้องได้ถ่ายออกมา และท้องก็ยุบลง แพทย์ให้จิบน้ำไปเรื่อยๆ คงเหนื่อยเพลีย เห็นนอนหลับอย่างสบาย …ได้พูดคุยกับผู้เฝ้าไข้..ไม่นานก็ได้รับสายจากอ้อมว่า..น้องเพ็ญ ธรรมเศก จะแวะมาเยี่ยมคุณพ่อ ก็เลยขอตัวกลับจากห้องกุมารเวช 2 มายังห้อง 206 ลิมปิชาติ สักครู่น้องเพ็ญ พร้อมสามีของเธอ ก็มาถึง ได้พูดคุย กันตามประสา คุณพ่อกำลังใจดีมาก ท่านลุกขึ้นมาพูดคุยกับผู้ที่มาเยี่ยม สักพักน้องเขาก็ขอตัวกลับ ก็ต้องขอขอบคุณอีกครั้ง ก่อนค่ำสาว น้องอ้อมโทรมาว่าได้ข่าวพ่อเข้าโรงพยาบาล ก็จะมาเยี่ยมด้วย…

การดูแลรักษาคุณพ่อก็ยังคงดำเนินไปตามสภาพ อาการของพอฟื้นตัวได้เร็วมาก ตามกำหนดเดิม วันที่ 7 ธันวาคม คงได้กลับบ้าน วันนี้พยาบาลได้ถอดถุงน้ำเกลือออกแล้ว เพราะทานข้าวได้ เช้าวันที่ 6 ธันวาคม พยาบาลได้ถอดน้ำล้างออก เช้าวันที่ 7 คงถอดสายระบายเลือดและปัสสาวะออกและกลับบ้าน

เช้าวันที่ 6 ตีห้ากว่าๆ วงจรชีวิตของคนเฝ้าไข้ก็เริ่มอีกครั้ง เมือพยาบาลเข้ามาวัดไข้ ถ่ายน้ำปัสสาวะ เราก็ต้องตื่นขึ้นมาทำหน้าที่อีกครา…เปิดทีวีดู..ทุกช่องล้วนนำภาพมหาประชาชนที่พร้อมใจกันมาเฝ้าเพื่อชมพระบารมีในโอกาสที่เสด็จออกมหาสมาคม สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ทุกองคาพยพในโลกล้วนตื่นตะลึงในพีธีเฉลิมฉลองของคนไทย..ควันหลงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ยังคงคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลาและเป็นที่กล่าวขานผ่านสื่อทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสื่อไทย สื่อเทศ สื่อออนไลน์ ล้วนนำเสนอในแง่มุมที่ต่างกันออกไป  แต่ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมใด..ก็ล้วนเป็นภาพที่น่าประทับใจทั้งสิ้น ก็จะเป็นภาพประวัติศาสตร์อีกภาพหนึ่งที่จะติดตราตรึงใจของมวลชนชาวไทยไปอีกนานแสนนาน

ในฐานะคนไทยข้าพเจ้าไม่มีโอกาสไปร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลที่ใดเลย เพราะต้องเฝ้าไข้..แต่ได้ยืนถวายพระพรฯพร้อมกับคนไทยทั่วโลก..ในห้องคนไข้นั่นเอง อย่างน้อยที่สุดในฐานะพสกนิกรที่มีความรัก ความเคารพศรัทธาอย่างสุดซึ้งนั้น ก็ขอให้ได้มีส่วนร่วมบ้าง

หัวค่ำคืนวันที่ 6 ธันวาคม พี่ยม กับน้องนัฏฐวี โทรมาหา ถามว่าพ่อพักห้องไหน.. นึกแล้วว่าสองคนนี้ต้องมากันจนได้ เกรงใจเพื่อนฝูง เพราะว่าอาการคุณพ่อก็ไม่ได้สร้างความยากลำบากใจอะไรมาก ทำให้คนเฝ้าไข้ไม่ได้เหนื่อยมาก..เพียงแต่ว่าควงยาวคนเดียว ก็เลยเหนื่อยหน่อย แต่เพื่อนขับรถมาและกลับ ระยะทางมิใช่ใกล้ และเป็นเวลายามค่ำคืนอีกด้วย ไม่นานนักทั้งสองคนก็ปรากฏกายหน้าห้อง 206 จริงๆ หิ้วของเยี่ยมมาพะรุงพะรัง..เราก็เลยเม้าส์กันเสียพักใหญ่..ก็เรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิตทั่วๆไป เรื่องสวนยางบ้าง งานที่ต้องไปดำเนินการที่ภูเก็ตบ้าง..อื่นจิปาถะ..จนเกือบสามทุ่ม ก็เลยออกตัวให้ทั้งสองกลับเดี๋ยวจะดึก..ก่อนกลับน้องนัฏฐ์ก็ยัดเงินใส่มือให้คนไข้อีก..คุณพ่อก็ให้พรเสียยกใหญ่ ข้าพเจ้าก็เลยเดินลงมากับทั้งสองคน มาส่งที่ลานจอดรถและถือโอกาสเดินไปที่รถด้วย…ขอขอบคุณ.เพื่อนทั้งสองด้วย…

ในฐานะที่เป็นพ่อ..คนหนึ่ง..เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ ก็ได้อวยพรให้ลูกทั้งสองที่มีกตัญญูมุทิตาโทรมาอวยพรในวันพ่อ พ่อก็เลยอำนวยพรให้เขาทั้งสองมีความสุข ประสบความสำเร็จ อายุมั่นขวัญยืน..ซึ่งตามปกติเราก็อวยพรกันอยู่เป็นเนืองๆอยู่แล้ว..แต่ในโอกาสพิเศษนี้ ก็จะเป็นการกระชับมั่นความรักความผูกพันอีกทีหนึ่งด้วย

ในฐานะลูก..วันพ่อปีนี้..เหนื่อยเป็นพิเศษ เพราะต้องเฝ้าไข้พ่อ..เหนื่อยมากเท่าใด..ก็สุขใจมากเท่านั้น..เพราะสิ่งที่ทำไป..ก็คือการทดแทนคุณ..เป็นการปฏิบัติด้วยความจริงใจ มิใช่เพื่อหน้าที่..อาจเป็นเพราะการแสดงออกของข้าพเจ้าด้วยที่ทำให้คุณพ่อมีกำลังใจและฟื้นไข้อย่างรวดเร็วและท่านก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่คุณหมอ พยาบาลแนะนำ..นี่ก็เป็นสิ่งที่ได้รับกลับมา…นอกจากนี้กำลังใจจากผู้บริหาร เพื่อนฝูง   สมาชิกครอบครัว บุตร ภรรยา ญาติ ทั้งใกล้ไกลที่มาเยี่ยมและไม่ได้มาเยี่ยม ก็ทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจในการทำหน้าที่ต่อไป..

วันพ่อแห่งชาติ..ผ่านไป..ภาพประทับใจและความรู้สึกดีๆ ความสุข ความอิ่ม ที่เกิดจากการกระทำตามบทบาทหน้าที่ มิได้จืดจางไปตามวันเวลา..มันเป็นการยืนยันถึงสัจจะและพลังแห่งการ…ให้..ยิ่งให้..ยิ่งได้..วันพ่อแห่งชาติ 2555…ชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป…ขอขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทุกฝ่าย..ที่มีส่วนร่วมในการรักษาพยาบาลคุณพ่อ.. ขอขอบคุณขวัญกำลังใจทุกกำลังใจ..ขอให้ได้รับผลตอบกลับตามเจตนาผลานิสงส์..ในครั้งนี้ด้วยเทอญ…สวัสดี

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s