ธรรมะกับชีวิต

ชีวิตคนเราที่ดำเนินไปทุกเมื่อเชื่อวัน ล้วนเป็นไปตามธรรมชาติ ท่านพุทธทาสได้ให้คำจำกัดความว่า ธรรมชาติ คือ ธรรมะ ธรรมะ ก็คือธรรมชาติ มนุษย์เรากว่าจะเข้าถึงธรรมะ หรือเห็นแก่นแท้ของชีวิตก็ล่วงเลยวัย บางคนเข้าวัดเมื่ออายุมากแล้ว เพราะไม่รู้จะไปไหน บางคนไม่เคยเข้าวัดเลย แต่ดำรงชีวิตอย่างสุขสงบ ฉะนั้น การอิ่มเอมในรสพระธรรม ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเข้าวัดเสมอไป บางคนไปวัดทุกวันสำคัญ แต่ก็ยังปลงไม่ได้ ในปัจจุบันมีสื่อมากมาย เราอาจบรรลุธรรมด้วยการศึกษาเองจากที่บ้านก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่จิตตั้งมั่นว่า ความสุข ความทุกข์ ในมุมมองของเราเป็นอย่างไร การวิเคราะห์เหตุ วิเคราะห์ผล โดยเฉพาะคนเราต้องอยู่อาศัยร่วมกับผู้อื่น เป็นสังคม  การมองคน ก็อาจก่อให้เกิดสุข ทุกข์ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการมองคน มีการเปรียบเทียบไว้เป็นบทประพันธ์ อย่างเช่นโคลงโลกนิติที่กล่าวไว้ว่า

       ขนุนสุกสล้างแห่ง         สาขา
ภายนอกเห็นหนามหนา      หนั่นแท้
ภายในย่อมรสา                   เอมโอช
สาธุชนนั้นแล้                       เลิศด้วยดวงใจ ฯ

ขนุน ดูจากรูปร่างภายนอก เต็มไปด้วยหนามหนาตะปุ่มตะป่ำ แต่ภายในนั้นมีเนื้อรสชาติโอชาหอมหวาน เปรียบเหมือนคนที่ภายนอกแม้ร่างกายจะดูอัปลักษณ์ หรือแต่งตัวซอมซ่อ แต่ภายในนั้นอาจจะมีจิตใจที่ประเสริฐ หรือเป็นอัจฉริยะก็ได้

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s