บันทึกประวัติศาสตร์

    จากวิกฤตการณ์บ้านเมือง เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้มีความพยายามผลักดันกฎหมาย และแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเป็นการกรุยทางไปสู่การรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และการนิรโทษกรรมซึ่งเป็นการปลดพันธนาการ ไม่ต้องรับโทษทางการเมือง และโทษทางอาญาอีกหลายกระทง ซึ่งไม่อยู่ในความปรารถนาของประชาชน ได้มีผู้มาทำการคัดค้าน ตั้งเวทีปราศัย ให้ความรู้ประชาชน นับเป็นแรมเดือน ในขณะที่มีการตั้งเวทีคูขนานในต่างจังหวัด  จนในที่สุดเมื่อถึงวันนัดหมาย 24 พฤศจิกายน 2556  ประชาชนจากสารทิศก็หลั่งไหลเข้าสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

      ภายใต้ความพยายามที่จะขัดขวางการเดินทางของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของใคร หรือจากการสั่งการของใคร (รัฐบาล ก็ได้ปฏิเสธ ว่าไม่ใช่ฝีมือรัฐบาล) แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เชื่อคำปฏิเสธโดยสิ้นเชิงแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจาก 14 จังหวัด ภาคใต้ เขาได้พบ ได้เห็น การปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่รัฐ ต่างลงความเห็นได้ว่า มันเป็นการกระทำของผู้มีอำนาจรัฐ  และท้ายที่สุดไม่ว่าจะมีความพยายามสกัดกั้นอย่างไร ดูเหมือนว่า เป็นปฏิกริยาเร่งให้มวลมหาประชาชนมุ่งหน้าสู่เป้าหมายมากขึ้น หรือกล่าวได้ว่า เป็นการเรียกแขก

       จากการตั้งโต๊ะแถลงของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หน.พรรคเพื่อไทย ในการไม่ยอมรับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยิ่งสร้างความเด่นชัด และเงื่อนไขให้ประชาชนในการอ้างถึงการขาดความชอบธรรมในการบริหารงานแผ่นดินต่อไป และสร้างความชอบธรรมให้ประชาชนในการต่อต้านและไม่รับอำนาจ หรือการสั่งการจากผู้มีอำนาจรัฐอีกต่อไป

      ภาพมุมสูงแสดงจำนวนมวลมหาประชาชน เรือนล้าน แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่มารวมตัวกัน เนืองแน่นถนนราชดำเนิน จากทางด่วนยมราช สนามม้านางเลิ้ง หลานหลวง ยาวเรื่อยมาถึงอนุสาวรียย์ประชาธิปไตย และเลยไปถึงท้องสนามหลวง สะพานปิ่นเกล้า (ไม่ต้องพูดดดดดถึงการจราจร ไม่ใช่ว่าติดขัด ต้องพูดว่า เป็นอัมพาตเลยทีเดียว)

        ประวัติศาสตร์การเมืองที่มีคนเรือนล้านออกมาชุมนุมคัดค้าน เมื่อ 14 ตุลาคม 2516 ได้ถูกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้แทนที่ เมื่อมีผู้คนจากต่างจังหวัดไหลหลั่งเข้ามาคัดค้านความไม่โปร่งใสของการบริหารงานราชการแผ่นดินของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำ(แบบหลอกๆ) ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยวงกว้างว่า ตัวนายกไม่มีสมอง เพราะถูกบงการโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องคดีและหลบหนีอยู่ต่างประเทศ การบริหารงานจึงเป็นไปตามแผนการของนักโทษที่อยู่ต่างประเทศ และที่คนทนไม่ได้ก็คือการพยายามผ่านวาระ 3 พรบ.นิรโทษกรรม และเร่งรีบนำทูลเกล้าถวายในหลวง โดยไม่สนใจคำทักท้วงของส.ส. สว. นักวิชาการ ฯลฯ คนไทยทนไม่ได้ ที่การกระทำดังกล่าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้กติกาทางรัฐธรรมนูญบีบบังคับพระองค์ท่านให้ทรงลงพระปรมาภิไธย หากพระองค์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ก็จะใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญ ดันกฎหมายนี้ให้มีผลบังคับใช้ให้ได้ ซึ่งไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

     ในขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียกร้องถึงความปรองดอง สมานฉันท์ สามัคคี หาทางออกให้ประเทศ ให้อยู่ภายใต้กฎหมาย ให้แก้ปัญด้วยกระบวนการรัฐสภา แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ ก็มิได้มีการดำเนินกิจการใดๆ เพื่อให้เกิดผลตามสิ่งที่นางอ้างถึง ซึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตุว่า นางพูดตามสคริปต์ (แผ่นเสียงตกร่อง) และมีทีมงานจัดการโดยที่นางเองไม่รู้เรื่องโดยตลอดจนเขาตั้งฉายาว่า E_ho   หรือนางอาจรู้เรื่องโดยตลอดแต่แสร้งทำเป็ไม่รู้เรื่อง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็นับว่า นางน่าจะเป็นนักแสดงที่หาตัวจับยาก สมควรได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม แต่รางวัลที่มอบให้คงไม่ใช่ ตุ๊กตาทอง แต่ควรเป็นรางวัล แหลทองคำ..

      ในขณะที่เธอพยายามโพสต์ลง FACE BOOK  ส่วนตัวเพื่อ

      อาจสรุปได้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองที่วุ่นวายทุกวันนี้ เกิดจากการกระทำของรัฐบาลเองทั้งสิ้น จากรัฐบาลเผด็จการทหาร มาเป็นรัฐบาลเผด็จการรัฐสภา ทุนนิยมสามานย์ หรือระบอบทักษิณ เป้าหมายของผู้ชุมนุมจึงมุ่งเป้ามาที่การล้มล้างระบอบทักษิณมากกว่า การให้รัฐบาลยุบสภา หรือ ลาออก

หนูไม่รู้

แม้ว..super model

ปรองดอง..นะค่ะ..

มี..อะไร ไปคุยกันในสภา นะคะ..

ตอบได้เหรอ..นายก

ปฏิกริยาตอบโต้
นอกจากการออกมาเดินชุมนุมบนท้องถนนแล้ว ยังมีบทวิจารณ์ บทกวี ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ติติง วิพากษ์   วิจารณ์  อย่างกว้างขวาง ทั้งบนเวที หน้าหนังสือพิมพ์(ที่ไม่เอียง ไม่ถูกซื้อ) และที่สำคัญ คือการสื่อสารไร้พรหมแดน Social Net work  ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น face book ,Line , instargram, mail,web blog ทั้งหลาย นับว่าเป็นกระแสสังคมที่ต้องจับตา

      นี่ไม่ใช่ ประเทศ ชินวัตร
ไม่ใช่ สาธารณรัฐ ของทักษิณ
ไม่ใช่ทรัพย์ ส่วนตัว ครอบครัวชิน
ที่นี่…คือแผ่นดิน ประเทศไทย

กูจะติด ธงชาติ ประกาศกล้า
อย่าหมายมา หยามหลู่ ห้ามกูได้
กูจะเป่า นกหวีด กรีดหัวใจ
เพื่อทวงคืน ประเทศไทย กลับคืนมา
บทกวี ของ ท่านอภิชาติ ดำดี

     เหตุการณ์จะจบลงอย่างไร ณ วันนี้ ยังไม่อาจจะคาดเดาได้ ฝากฝั่งรัฐบาล ก็ยังคงไม่มีทีท่าที่จะแสดงความรับผิดชอบ ยังคงเดินหน้าคัดค้านผลการวินิจฉัยของศาล ยังคงหนุนคนเสื้อแดง ยังคงเดินหน้าบริหารงานราชการแผ่นดินต่อไป ยังคงใช้อำนาจรัฐ เพื่อหาทางลง

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s