ธรรมะของผู้นำ

ธรรมะของผู้นำ หรือนักบริหาร หรือนักปกครอง

สัปปุริสธรรม 7

  • ธัมมัญญุตา เป็นผู้รู้จักเหตุ

รู้เหตุ หมายถึง รู้ถึงสาเหตุที่เป็นเงื่อนไขให้เกิดสิ่งนั้นๆขึ้น เพราะการจะดำเนินการให้เกิดผลอย่างใด ต้องรู้สาเหตุที่เป็นเงื่อนไขของสิ่งนั้นก่อน และที่จะกระทำต่อไปก็คือ การสร้างเหตุนั้นๆ

  • อัตถัญญุตา เป็นผู้รู้จักผล

           รู้ผล หมายถึง รู้ว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นๆเป็นอย่างไร จะก่อให้เกิดผลและมีผลกระทบต่อไปมากน้อยเพียงใด ก็จะสามารถที่จะรู้เท่าทัน และกระทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ว่าควรรีบระงับ หรือส่งเสริมให้เกิดขึ้น

  • อัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักตน

             รู้ตน หมายถึง รู้ว่าตนเป็นใคร เช่น เป็น ชาย/หญิง , เป็นเด็ก/ผู้ใหญ่ , มีความสามารถ และ สถานภาพทางสังคม เป็นเช่นไร? เป็นต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเงื่อนไขให้บุคคลสามารถเข้าไปดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด

  • มัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักประมาณ

             รู้ประมาณ หมายถึง รู้ว่าต้องเข้าไปดำเนินการเท่าใด จึงจะพอเพียงให้บรรลุผลที่ประสงค์ ลองนึกถึงเรื่องการเอาไม้มาสีกันเพื่อให้เกิดไฟก็ได้ หากสีน้อยไป ก็ไม่ถึงจุดที่ความร้อนจะสะสมมากพอจนทำให้เกิดประกายไฟ หากสีมากไป คือ เมื่อไฟติดแล้ว ก็ยังสีต่อไปอยู่นั่น ก็สิ้นเปลืองอะไรต่อมิอะไรไปเปล่าๆ

  • กาลัญญุตา เป็นผู้รู้จักกาล

รู้กาล หมายถึง รู้เวลา ว่าตอนไหนควรทำ ตอนไหนไม่ควรทำ บางทีเร็วไปก็ไม่ได้ บางที่ช้าไป ก็ไม่ทันการ การสอดไม่ถูกจังหวะ จะด้วยความหวังดี แต่อาจกลายเป็นประสงค์ร้าย หรือรู้ไม่เท่าทัน กลายเป็นอวดโง่ในที่สุด  เป็นต้น

  • ปริสัญญุตา เป็นผู้รู้จักบุคคล

           รู้บุคคล หมายถึง รู้ตัวบุคคลหรือตัวละครที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ว่าเป็นใคร มีนิสัย อย่างไร การรู้เขารู้เรา จะช่วยให้ปรับเข้าหากันได้ การบริหารงานก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งประเด็นนี้จะเหมือนกับข้อรู้ตน เพียงแต่เปลี่ยนเป็นรู้คนอื่น

  • ปุคคลัญญุตา หรือ ปุคคลปโรปรัญญุตา เป็นผู้รู้จักชุมชน

          รู้ชุมชน หมายถึง รู้กฎ กติกา มารยาท ขนบประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อของชุมชนนั้นๆ การกระทำอะไรที่ฝืนต่อสิ่งต่างๆที่กล่าวมากเกินไป หรืออย่างขาดศิลปะ ย่อมก่อให้เกิดแรงเสียดทานและต่อตาน ทำให้ประสบความสำเร็จได้ยาก

           จากข้อธรรมะที่ได้มีการบัญญัติไว้ นับว่าเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ืืืืสำหรับเรา ที่คนโบราณท่านมองกาลไกลได้ชี้แนะแนวทางปฏิบัติตน สำหรับคนในฐานะต่างๆไว้ ธรรมะสำหรับชนชั้นปกครอง ที่มีหน้าที่ต้องนำพาองค์กร และบุคลากร ที่ตนรับผิดชอบ ก้าวเดินนนนนต่อไปอย่างสง่างาม ทุกข้อธรรมะ ล้วนเป็นการประสานประโยชน์ที่เป็นคุณกับองค์กรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในธรรมะของผู้นำ ไม่ได้มีการกล่าวถึงการใช้อำนาจไว้แม้แต่วลีเดียว นั้นแสดงว่า ผู้นำใดที่ใช้บทบาท หน้าที่ ไปในทางเบียดเบียน ไม่ว่าจะเป็นวาจา การมอบหมายหน้าที่ หรือการกระทำอื่นใด นอกหลักธรรม ก็แสดงว่า บุคคลนั้น ลุแก่อำนาจ หรือ บ้าอำนาจ หรือหลงบทบาท หน่วยงานนั้น ก็นับแต่จะระส่ำระสาย ไม่มีความสุข ขาดขวัญ กำลังใจ มีแต่มายาภาพ ขาดความจริงใจ อันเป็นเหตุนำไปสู่ความเสื่อม

           โรงเรียนทุ่งสง อายุ 70 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาวมายาวนาน มีผู้นำนับได้สิบกว่าท่าน บางยุคก็รุ่งเรือง บางยุคก็ทรงสภาพ บางยุดก็ถดถอย แต่ผู้บริหารก็ไม่ใช่ผู้ที่จะดลบันดาลได้ทุกสิ่งอย่าง คนที่มีบทบาทมาก คือผู้ปฏิบัติในชั้นรองๆลงมา โดยเฉพาะรองผู้บริหาร ก็ต้องมีธรรมะของผู้บริหารด้วย ทุ่งสงทุกวันนี้เป็นเช่นไร ….สะท้อนได้หรือไม่ว่า ธรรมะของผู้บริหารได้เกิดขึ้นในโรงเรียนนี้แล้วหรือยัง


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: